รีวิวหนังไทย องค์บาก 1 (2003)

หนังไทย องค์บาก 1 (2003)

องค์บาก หนังแอ็คชั่นหนังไทยเก่าในกระแสความนิยมโลก

หนังไทยเรื่อง องค์บาก (2003) เกิดขึ้นในหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ในภาคอีสาน ที่นั้นมีองค์พระพุทธรูปที่เป็นที่นับถือและศรัทธาของชาวบ้าน แต่ถูกคนใจชั่วขโมยไป หนุ่มชาวบ้านที่ชื่นชอบการฝึกฝนในศิลปะการต่อสู้แบบมวยไทย จึงตัดสินใจออกตามหาและพยายามนำกลับมาสู่บ้านอย่างเด็ดขาดใน องค์บาก (2003)

ภาพยนตร์แอ็คชั่นของไทยที่ติดอันดับหนึ่งในใจ คือเรื่องที่ชอบมาก เพลิดเพลินกับความสนุกและตื่นเต้น การออกแบบฉากต่อสู้มีคุณภาพดี บทบาทของนักแสดงก็เข้ากับบทบาทได้อย่างดี ในสมัยนั้นเป็นสิ่งที่แปลกใหม่ต่อวงการภาพยนตร์ของเรา การทุ่มเทที่แสดงอย่างจริงจังและไม่กลัวการเจ็บปวด เป็นจุดที่น่าประทับใจ ทำให้หนุ่มชาวพนม จา ยีรัมย์ เป็นที่รู้จัก ถึงแม้ว่าเราจะไม่มี ‘เฉินหลง‘ เหมือนที่ฮ่องกงมี แต่ในบ้านเราก็มี ‘จา’ นี่แหละ ไม่ได้รับความนิยมเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น แต่ชื่อเสียงของเขาไปถึงต่างประเทศโดยเฉพาะในแถบยุโรปด้วยล่ะ

Ong-Bak-1-1

องค์บาก เป็นหนังไทยที่ได้รับความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ในตลาดโลก แม้ว่าความสำเร็จนั้นอาจจะยังไม่มากเท่ากับหนังต่างประเทศของชาติอื่น ๆ แต่ก็เป็นความสำเร็จสูงสุดที่เคยเกิดขึ้นในวงการภาพยนตร์ไทยตลอดประวัติศาสตร์ ภายในสัปดาห์แรกของการเข้าฉายเมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์ หนังนี้ได้รายได้อยู่ในอันดับที่ 17 ของอเมริกา แม้ว่ามีการเข้าฉายเพียง 361 โรงภาพยนตร์ทั่วประเทศเท่านั้น ซึ่งมีเพียง 10 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนโรงฉายหนังที่เป็นที่นิยมอันดับหนึ่งได้รับการเข้าชมและเป็นที่นิยมในวงกว้างในท้องถิ่นของเราในช่วงนั้น

Ong-Bak-1-2

หนังดังกับเรื่องย่อขององค์บาก

ในประวัติศาสตร์ของหมู่บ้านหนองประดู่ที่ได้ยาวนานตั้งแต่สงครามไทยกับพม่า มีตำนานเกี่ยวกับ “ครูดำ” ผู้ที่แสดงความกล้าหาญผ่านศิลปะการต่อสู้ เป็นชายไทยที่กล้าแหวกฝ่ากองทัพพม่าเพื่อได้กลับคืนองค์พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ที่ถูกทหารพม่าบุกล้ำหมู่บ้าน แย่งชิงไปจนถูกทำลาย ครูดำมีการกระทำอันทรงประสิทธิภาพที่สำเร็จ ทำให้เกิดปาฏิหาริย์บนพระพักตร์ขององค์พระพุทธรูป มีข่าวเสียงว่ารอยบากนั้นมาจากบาดแผลที่เกิดจากการต่อสู้กับอิทธิฤทธิ์ขององค์พระศักดิ์สิทธิ์ ที่ทหารพม่าใช้คมหอกและดาบโดนใส่ไปในร่างของครูดำโดยตรงนั่นเอง

เหตุการณ์เกี่ยวกับครูดำและชุมชนในหมู่บ้านนั้นถูกสืบทอดต่อกันมาโดยตลอดจนถึงปัจจุบัน แต่ส่วนใหญ่ “องค์บาก” ในปัจจุบันได้รับการทำลายและถูก “ดอน” (วรรณกิตย์ ศิริพุฒ) ผู้เป็นหนุ่มลูกหลานในหมู่บ้านหนองประดู่กลับผันแผนไปเป็นส่วนหนึ่งของโลกแห่งความชั่วช้า และมีการกระทำเรื่องยาเสพติด การพนัน และเหตุการณ์ที่ไม่ดีเกี่ยวกับการโยนหรือแอบตัดเศียรองค์พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ให้กับบุคคลที่มีความคิดเกี่ยวกับวัตถุโบราณที่ไม่ดีในกรุงเทพฯ ในที่สุด เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในคืนก่อนงานบุญที่ชาวหมู่บ้านหนองประดู่จัดขึ้นเพื่อฉลององค์บากที่มีการหมุนเวียนมาถึงรอบ 24 ปี เหตุการณ์นี้ได้สร้างความสะเทือนใจแก่ชีวิตของทุกคนในหมู่บ้านนั้น ๆ โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่รอคอยการกลับมาใหม่ในวันนั้น

Ong-Bak-1-3

ดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะเป็นกงล้อของความเชื่อและความศรัทธาที่หมุนเวียนมานานในบ้านหนองประดู่ เป็นการทดสอบแห่งความเชื่อที่ผูกพันและพลังแห่งความดีงามของชาวบ้าน โดยเฉพาะกับผู้ที่ได้รับการสืบทอดเรื่องราวจากองค์บากโดยตรง เช่น “ทิ้ง” (จา-พนม ยีรัมย์) เด็กหนุ่มที่เติบโตขึ้นเป็นลูกกำพร้าและได้รับการบำรุงเลี้ยงให้มีสายเลือดที่หนาแน่นของบ้านหนองประดู่ นอกจากนี้ยังได้รับการเรียนรู้เกี่ยวกับ “นวอาวุธ” (รูปแบบอาวุธที่ประกอบด้วยส่วนต่าง ๆ ของร่างกายมนุษย์ เช่น ศีรษะ หมัดกระทุ้ง ข้อศอก ข้อเข่า และเท้า) ซึ่งผสมผสานกับศิลปะมวยไทยโบราณที่ได้รับการถ่ายทอดจาก “พระครู” หลวงพ่อผู้เป็นเสาหลักที่เคารพนับถือของชุมชนในหมู่บ้านหนองประดู่ จึงเป็นนักศึกษาที่ได้รับการฝึกฝนและแนะนำจากครูดำ บุคคลที่เป็นที่เคารพและมีคุณค่าสำคัญของชุมชนได้อย่างเต็มที่

เรื่องราวการเดินทางที่มุ่งหน้าสู่แผ่นดินแห่งการต่อสู้ การสืบทอดจิตวิญญาณของความดีเพื่อเผชิญหน้ากับโลกใหม่ที่อุดมไปด้วยผู้คนที่คลุมเคลือนในสิ่งพวกเงินและความอยากรวย อยู่ในกลางสังคมที่เต็มไปด้วยความเท็จ ความหลอกลวง และการแย่งชิงความดีงาม ในการต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายและความรับผิดชอบที่มากมายขึ้น โดยมีเพียงคนเดียวในเมืองที่เป็นพลังในการช่วยเหลือทิ้งในการตามหาดอน นั่นก็คือ “ยืนยง” (หม่ำ จ๊กม๊ก) ลูกชายของผู้ใหญ่อีกคนหนึ่งที่ได้ถูกส่งไปเรียนรู้และประสบการณ์ในการกลั่นแกล้งเพื่อนำความรู้กลับมาพัฒนาแผ่นดินเกิดของตน เขากลับมาแต่ไม่ในฐานะที่คาดหวังไว้ เขากลายเป็น “ไอ้ยอร์จ” หนุ่มเงินทองที่หัวจิตหัวใจเต็มไปด้วยความหลอกลวงและการขโมยถุงเงินและครอบครัวของผู้ใหญ่ที่เคารพอย่างสูงของบ้านหนองประดู่ เขาเก็บไว้และนำไปวางเดิมพันในการตามหาองค์บากในโลกใหญ่ในการแข่งมวยโคตรชิงเงินทองที่มิตรภาพหายไปอย่างไม่ทันตาเห็น

Ong-Bak-1-4

เส้นทางในการตามหาองค์บากเป็นการเข้าไปในชีวิตของบุคคลหลายคนในเมืองใหญ่ เริ่มต้นจาก “เง็ก” (รุ่งระวี บริจินดากุล) ผู้หญิงที่มีการต่อสู้กับความหนักแน่นจากเมืองหลวงที่เริ่มทำลายทั้งกายและใจ เข้าไปถึง “หมวยเล็ก” (ภุมวารี ยอดกมล) ผู้หญิงที่อยู่ในวัยแก่และมีความงดงามทั้งที่อยู่ภายนอกและภายใน และสุดท้ายก็คือ “ไอ้เป๋ง” (เชษฐวุฒิ วัชรคุณ) นักเลงที่มีอำนาจในการควบคุมและเจ้าหน้าที่ของยอร์จที่สำคัญในการประดิษฐ์คนในรัชสมัยนั้น ค้นพบเส้นทางแห่งการชี้นำภารกิจขององค์บากในที่สุดผ่านสามบุคคลที่มีตำแหน่งแตกต่างกันอย่างไม่ธรรมดาในวงการแห่งความคุ้นเคยและการควบคุมของยอร์จ

ความจริงแห่งความหวังไม่เพียงแค่ดูริบหรี่ แต่กลับเริ่มห่างไกลออกไปจากทางทิ้งมากขึ้นทุกครั้ง เมื่อจิตสร้างความศรัทธาต่อความดีงามจากบุคคลรอบข้างที่มีต่อองค์บากแทรกแซงไปมากยิ่งขึ้น กลับกลายเป็นการชักนำทิ้งเข้าสู่ลabyrinthของการต่อสู้ซึ่งดูเหมือนจะขัดข้องกับคำแนะนำที่มาจากผู้ใหญ่พิทักษ์ทางศาสนา ทิ้งถูกดึงมาเข้าไปในการเล่นเกมของการต่อสู้ และการล่าล้ำที่แปลกประหลาดที่มีความชั่วร้ายมากมาย ทั้งจากคนไทยและชาวต่างชาติเอง

หนังองค์บาก เป็นภาพยนตร์แรกที่มีฉากแอ็คชั่นเยอะ ถึงแม้เนื้อเรื่องจะไม่ได้เข้มข้นอะไรมากนัก แต่ก็เป็นเรื่องหนึ่งที่แอดมินชอบ และแอดมินให้คะแนนอยู่ที่ 7/10 และถือว่าเป็นหนังที่เก่าแล้ว แต่เชื่อว่ายังมีคนที่ไม่ได้ดูอยู่บ้าง ทางเราอยากจะแนะนำให้ได้ลองดูสักครั้ง สามารถคลิกดู องค์บาก ได้แล้วที่นี่ OLDTHAITV