รีวิวหนังไทย ดิว ไปด้วยกันนะ (2019)

oldthaitvธันวาคม 22, 2023
ดิว ไปด้วยกันนะ

ในภาพยนตร์ “ดิว ไปด้วยกันนะ” ผู้กำกับมืออาชีพอย่าง มะเดี่ยว – ชูเกียรติ ได้พาเราเดินทางย้อนกลับสู่ยุคที่ห่างไกลของปี 90s อีกครั้ง การแสดงตัวของภาพยนตร์นี้เป็นเหมือนการขับขี่รถย้อนเวลา ให้เราได้ยินเสียงนึกภาพและรับรู้ความต่างของยุคก่อน ภาพวาดทั้งหมดในหนังถูกปรับแต่งและประณีตให้เป็นแบบที่โดดเด่นมาก ทั้งการแต่งกาย การใช้เสียงเพลง และบรรยากาศที่ถ่ายทอดออกมา อย่างแนบเนียนกับวัยรุ่นและคนรุ่นในยุค 90s จริง ๆ ทุกๆ คนสามารถเห็นตัวตนของพวกเขาในภาพยนตร์นี้ได้เป็นอย่างดี เช่นเดียวกับนักเรียนชายที่สวมใส่กางเกงแบบนั้นในช่วงเวลานั้น ในประเทศไทยยุคนั้นการสื่อสารผ่านตู้โทรศัพท์สาธารณะได้ถูกจำลองได้อย่างสมจริง วัยรุ่นยังพึงพอใจในการถ่ายภาพในตู้ถ่ายภาพสติ๊กเกอร์ ในขณะที่ในวงการเพลงก็มีการปล่อยเทปเพลงคลาสสิคให้ฟัง ทั้งหมดนี้ทำให้ภาพยนตร์ “ดิว..ไปด้วยกันนะ” ของ มะเดี่ยว สามารถเป็นกำลังใจที่สามารถสะท้อนความรู้สึกของคนในยุคปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพและเข้าถึงอารมณ์ของผู้ชมได้อย่างครบถ้วน

review-dew-together-01

เรื่องย่อ ดิว ไปด้วยกันนะ

ในปีพ.ศ. 2539 ที่ปางน้อย เมืองเล็กๆ ในภาคเหนือ บรรยากาศมีความสงบสุขแต่ก็เต็มไปด้วยความเหงา ภพและดิวเป็นเพื่อนสนิทที่มีความสัมพันธ์ที่พึงพอใจ แต่ในยุคและสังคมที่ยังไม่ยอมรับความรักที่มีเพศเดียวกัน ความรู้สึกที่พวกเขามีต่อกันกลับกลายเป็นความลับ ความรักที่ปกปิดกันนี้ทำให้ทั้งสองต้องห่างกันเพื่อปกปิดความจริงและเลี่ยงการเผชิญหน้ากับความคิดเห็นของสังคมที่ยังไม่พร้อมรับรู้ความหลากหลายของความรักทางเพศได้โดยตรง ความรักของพวกเขาเหมือนเป็นสัญญาณที่ไม่สามารถออกเผื่อให้ผู้อื่นเห็นได้ ทำให้พวกเขาต้องพยายามรักษาความใกล้ชิดและสัมพันธ์กันอย่างลับ ๆ อยู่ในที่สุดของหัวใจเสมอไปในยุคแห่งความกลัวและความไม่แน่ใจเกี่ยวกับความเป็นตัวของตนเองและสังคมในที่สุด

review-dew-together-02

ผ่านไป 23 ปีเมื่อภพกลับมาเป็นครูในโรงเรียนที่เคยเรียนมาของเขาเอง นั่นทำให้เขานึกถึงความทรงจำในอดีตกับดิวอย่างเต็มที่ และได้พบกับหลิว นักเรียนที่มีหลายด้านคล้ายกับดิว เหมือนเป็นการกลับมาเจอกับภาพในอดีตของตัวเองอีกครั้ง การพบกับหลิวทำให้ภพพยายามซ่อมแซมอดีตของตัวเอง เพื่อแก้ไขความรู้สึกผิดๆ ที่ยังคงสึกอยู่ในใจเขามาอย่างยืดหยุ่น

ถ้าคุณเป็นแฟนภาพยนตร์ของมะเดี่ยว ชูเกียรติ หรือคนที่ติดใจในภาพยนตร์รักแห่งสยาม คงรอคอยเรื่องนี้อยู่แน่นอน เพราะผลงานมาสเตอร์พีซแบบนั้นเป็นสิ่งที่ยังมีอิทธิพลอยู่ในใจของทุกคน แม้ในระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา แต่เราเห็นว่าสองเรื่องนี้ไม่สามารถเปรียบเทียบกันได้ด้วยเงื่อนไขหลาย ๆ อย่างในแง่มุมต่าง ๆ ที่ทำให้ทั้งสองเป็นเรื่องราวที่ไม่เหมือนกัน

review-dew-together-03

เพราะ “เขาเดินเส้นทางต่างกัน” (Bungee Jumping of Their Own) คือหนังเรื่องหนึ่งจากภาพยนตร์เกาหลีที่สร้างความประทับใจในปี พ.ศ. 2544 ซึ่งเป็นเรื่องราวของ ซูอินอู และ แทฮี ซึ่งเคยมีความสุขกับกันและมีความรักต่อกัน แต่เหตุการณ์ไม่อาจทำให้พวกเขาอยู่ด้วยกัน พวกเขาห่างกันจนไม่มีโอกาสพบกันอีกเลย จนกระทั่งซูอินอูกลายเป็นอาจารย์และเจอกับ ฮยอนบิน เด็กนักเรียนที่ทำให้เขารีบีนถึงความรักเดิม ทั้งคู่พบว่าตัวเองมีความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่ง และรู้สึกถึงความรักที่ไม่สามารถสลายไปได้แม้ว่ามันจะต้องเป็นความรักที่ต้องห้ามก็ตาม

เมื่อเทียบกันระหว่างเวอร์ชันของหนังเกาหลี ดูเห็นได้ชัดว่าเวอร์ชันเกาหลีมีเนื้อหาที่สมเหตุสมผลมากกว่าในหลายประการ เนื่องจากมันเป็นเรื่องราวความรักระหว่างครูและนักเรียนที่เป็นผู้ชาย นอกจากนี้เป็นความรักที่ไม่ได้รับการยอมรับในสังคมเกาหลีใต้ในอดีตเมื่อเกือบ 20 ปีก่อน ดังนั้นจึงมีโอกาสที่จุดจบของเรื่องจะมีความเป็นไปได้มากกว่าเวอร์ชันไทยในทางนั้น

review-dew-together-04

บรรยากาศภาคเหนือที่ทำออกมาได้ดี

บรรยากาศในเมืองเล็กๆ ในภาคเหนือสมัยก่อนนั้นเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำที่ฉันยังคงฝังอยู่ไว้ คนทั้งเมืองรู้จักกันเป็นอย่างดี เรามักจะเห็นวิถีชีวิตของเด็กๆ ที่ต้องเข้ามาในเมืองเพื่อไปเรียนพิเศษ และเพลงที่ได้ฟังกันในสมัยนั้น เป็นเสียงที่แพร่หลายอยู่ทุกที่ การสื่อสารทางเพจเจอร์เป็นส่วนหนึ่งของการคุยหรือแลกเปลี่ยนข้อมูล และทัศนคติเกี่ยวกับเสื้อผ้าและทรงผมในยุค 90 ยังเป็นสิ่งที่สะท้อนบทบาทของวัยรุ่นในโรงเรียนมัธยม เป็นความทรงจำที่ไม่ว่าจะเป็นใคร ๆ ก็จะยังคงรู้สึกถึงตลอดกาลไปด้วยกัน

ยุค 80-90 เป็นยุคที่ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญในปัจจุบัน แม้ว่าการเทรนด์และคอนเทนต์ของยุคนั้นจะได้ถูกนำเสนออย่างสม่ำเสมอมาถึงในปัจจุบัน แต่มุมมองในเรื่องนี้ก็ถือเป็นสิ่งธรรมชาติที่ไม่แยแส และมีความสมบูรณ์อย่างมากจนทำให้เราไม่รู้สึกเหนื่อยหรือเบื่อล้าจากมันเลย นอกจากนี้ มีส่วนในอดีตที่ยังคงเป็นเรื่องราวที่งดงามที่สุดในเนื้อหานี้ที่ไม่สามารถปฏิเสธได้เลย

review-dew-together-05

หนักหน่วงกับประเด็นเรื่องการรักเพศเดียวกัน

มาถึงเรื่องของการยอมรับและเรื่องโรคเอดส์ในยุค 20 กว่าปีที่ผ่านมา ไม่เพียงแค่ว่าเรื่องการรักเพศเดียวกันยังไม่ได้รับการยอมรับในสังคมเท่านั้น แต่ยังมีปัญหาโรคเอดส์ที่ระบาดโดยเฉพาะในกลุ่มชายรักชาย นอกจากนี้ โรงเรียนปางน้อยยังต้องกำหนดกฎเกณฑ์ในการฝึกอบรมทหารให้กับคนที่มีเนื้อแท้แต่งตัวเพศต่างหากอีกด้วย สถานการณ์เริ่มแสดงให้เห็นถึงความยากลำบากอย่างชัดเจนเมื่อเริ่มพูดถึงปัญหาที่หนักและมีความเชื่อมโยงกับเรื่องนี้ คนที่แสดงออกไปชัดเจนก็มักถูกกลั่นแกล้งจากเพื่อน ๆ อย่างเป็นทางการ ส่วนคนที่ยังไม่กล้าแสดงออกก็ไม่กล้าที่จะเปิดเผยตัวตน หรือแม้แต่เข้ารับการฝึกอบรมกับทหารจนดึกเพื่อแก้ไขพฤติกรรมเหล่านั้น ทั้งนี้เป็นการแสดงให้เห็นว่าการรักเพศเดียวกันยังคงเป็นเรื่องที่ผิดในสังคมอยู่และยังมีปัญหาที่ต้องแก้ไขอย่างหนักนี้อีกต่อไปว่างั้นเนอะ

หรือคงเป็นเรื่องของการถูกกลั่นแกล้งจากเพื่อนๆ เมื่อพวกเขาค้นพบว่าดิวชอบผู้ชายเหมือนกัน การไม่ได้รับการยอมรับจากครอบครัวทำให้เห็นถึงความแตกแยกที่เกิดขึ้นในที่สุด ถึงแม้ว่าสภาพการณ์อาจดีขึ้นมากขึ้นในปัจจุบัน แต่เมื่อพูดถึงเหตุการณ์ในอดีตเกือบ 20 ปีที่แล้ว มันยังเป็นปัญหาที่ใหญ่มากจริงๆ ทำให้เห็นว่ามันยังคงเป็นเรื่องที่ไม่สามารถแก้ไขได้ง่ายๆ และมีความซับซ้อนอยู่ที่หลายเรื่องที่ผ่านมาต้องรับมือไม่ได้อย่างแน่นอนเลย

review-dew-together-06

เรื่องที่หนักใจมากคือเรื่องของศีลธรรม ความถูกต้องและความรัก ภพอาจมีครอบครัวแล้ว แต่เมื่อเขาพบกับคนที่เป็นที่ที่ส่งผ่านความทรงจำที่ซ่อนอยู่ในอดีต เขาก็พยายามทำทุกอย่างเพื่อรื้อฟื้นความที่เกิดขึ้นในใจ เพิ่มเติมไปยังความรักที่เป็นของครูและนักเรียนที่ไม่ได้เป็นแค่ความรักเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับความถูกต้องอีกด้วย

review-dew-together-07

นักแสดงทุกคนมีการแสดงที่ทรงพลัง

ภพในวัยรุ่น (นนท์ ศดานนท์) – ความเฉียบชาในฐานะนักแสดงทำให้ตัวละครภพมีเสน่ห์ที่ทำให้เราหลงใหลได้อย่างง่ายดาย เขาเป็นตัวละครที่มีลักษณะเป็นคนที่ต้องเผชิญกับความแข็งแกร่งของวัฒนธรรมครอบครัวจีนอย่างเข้มงวด ซึ่งทำให้เขาดูเหมือนกำลังพยายามจะหลุดพ้นจากการมีความสัมพันธ์กับผู้อื่น แต่ในความเป็นจริง เขาก็ยังคงมีความอ่อนไหวและความสับสนเหมือนวัยรุ่นทั่วไปอีกด้วย ฉากที่สะท้อนถึงที่สุดในช่วงอดีตของภพอาจจะเป็นเมื่อเขาพูดคำพูดแข็งแรงกับพ่อและตัดสินใจที่จะหนีออกจากบ้าน เป็นฉากที่แสดงให้เห็นถึงความเจ็บปวดที่เขาต้องก้าวต่อไปนานๆ ได้ถูกเห็นและรับรู้อย่างน่าสงสาร

review-dew-together-08

ฉากสำคัญอีกโอกาสของภพคือเมื่อเขาตระหนักถึงความจริงที่ดิวไม่ได้อยู่แล้ว การไม่พอใจในตัวเองที่เชื่อว่าตนเองเป็นเหตุผลที่ทำให้ดิวต้องเสียชีวิต เป็นความคับขันที่แสดงให้เห็นถึงความทรงจำที่ไม่สะดวกแต่น่าสงสารและติดตามใจอย่างลึกซึ้ง

ดิว (โอม ภวัต) – ตัวละครของดิวนั้นมีความสดใสและเป็นคนที่ทุกคนต้องทึ่งได้เลย การเผชิญกับปัญหาทางจิตใจไม่เคยทำให้เราแปลกใจเพราะเราสามารถรู้สึกถึงความเห็นใจอย่างลึกซึ้งในสิ่งที่ดิวต้องเผชิญหน้า เหตุการณ์หลายอย่างที่เกิดขึ้นไม่ใช่เป็นความผิดของดิวเอง แต่มาจากการว่าตัวเองไม่สอดคล้องกับสังคมแบบที่กำหนดมาในสมัยนั้น

ถึงแม้ว่า โอม ภวัต จะเป็นนักแสดงที่มีผลงานหลายเรื่องแล้ว และส่วนใหญ่มักจะรับบทเรื่องชายรักชายอยู่เสมอ แต่ในบทบาทของ ดิว โอมได้แสดงออกมาเป็นตัวของตัวเองอย่างแท้จริง โดยไม่ต้องพึ่งพาภาพลักษณ์หรือบทบาทที่เคยเล่นมาก่อนเลยด้วย

review-dew-together-09

ภพ (เวียร์ ศุกลวัฒน์) – ที่เวียร์มีประสบการณ์และความสามารถมากพอที่แทบไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรเพิ่มเติมแล้ว แต่ในเรื่องนี้ สิ่งที่ทำให้เราประทับใจอย่างยิ่งคือความสามารถของเวียร์ที่ทำให้เราเชื่อมั่นได้จริงๆ ว่าเขาเป็นเหมือนกับภพในวัยรุ่น ไม่มีฉากใดที่แยกออกจากความสมจริงเลยแม้แต่น้อย

review-dew-together-10

การเลือกฉากที่เป็นจุดเด่นของเวียร์อาจจะเป็นเรื่องยากมาก เพราะเขาทำให้ผู้ชมรู้สึกตกใจตั้งแต่ฉากที่เขานั่งมองภาพของดิว แม้แต่นั้นก็พอมากแล้ว ไม่มีอะไรมากมายเลย แต่สายตาของเขาทำให้เราเชื่อมั่นว่าความคิดถึงมีอย่างแท้จริง ไปจนถึงฉากที่กลับมาพบดิวในสถานที่ที่เคยไปด้วยกัน มันเป็นฉากที่เหมือนจะเปิดเผยทุกสิ่ง แต่ภพก็ยังคงห่างไกลจากความทรงจำเก่าๆ ที่นั่น

review-dew-together-11

หลิว (ปั๋น ดริสา) – ตัวละครของหลิวเป็นเด็กที่เป็นไปได้มากเพราะเขาโตเร็วเกินวัยจริง ๆ เขาเป็นแบบคนที่ครูต้องให้ความสนใจพิเศษ เพราะเขารู้สึกว่าตัวเองคือเด็กเกเร (ซึ่งก็ถูกต้องจริง ๆ) เขารับรู้ถึงความแตกต่างของตัวเองแต่ก็อยากเป็นคนทั่วไปเหมือนคนอื่น และมีสิ่งบางอย่างที่ยังคงค้างอยู่ในใจอย่างที่เขาไม่สามารถหาคำตอบได้เอง

review-dew-together-12

อร (ญารินดา) – แม้ว่าบทบาทของเธอจะไม่มีความเกี่ยวข้องมากับตัวละครอื่นมากนัก แต่เราสามารถรู้สึกได้เสมอว่าอรเป็นคนที่เข้าใจและสนับสนุนภพอย่างดีมาก ๆ เธอมีความคิดรอบคอบ รับมือกับตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นคนที่เข้าใจและตีความเหตุการณ์หลาย ๆ อย่างได้อย่างดีโดยไม่ต้องพูดมาก

review-dew-together-13

สรุปโดยรวมของเรื่อง ดิว ไปด้วยกันนะ

ถ้าต้องสรุปให้กระชับ ฉันต้องบอกว่า ‘ดิว ไปด้วยกันนะ’ เป็นภาพยนตร์ที่สามารถเชื่อมโยงกับรูปใจของผู้ชมได้อย่างดีอีกหนึ่งเรื่องในหลายปีที่ผ่านมา เป็นภาพยนตร์ที่ต้องไม่พลาดเลยถ้าคุณยังไม่เคยชม หรือถ้าคุณต้องการกลับมาตะลุยเรื่องราวนี้ในโรงภาพยนตร์อีกครั้ง ตอนนี้ ‘ดิว ไปด้วยกันนะ’ มาพร้อมกับการสร้างประสบการณ์ความประทับใจให้แก่ผู้ชมในช่อง OLDTHAITV

Categories