พรีวิวก่อนดู BLADE RUNNER 2049 เบลด รันเนอร์ (2017)

oldthaitvมกราคม 5, 2024
BLADE RUNNER 2049 เบลด รันเนอร์ (2017)

เมื่อพูดถึงหนัง Sci-Fi สายบันเทิงก็มักจะนึกถึงเรื่อง Star Wars สายเนิร์ดก็มักจะไปทาง Star Trek สายสยองแน่นอนว่าต้องเป็นเอเลี่ยน แต่ถ้าเป็นสายลึกลับคงไม่มีเรื่องไหนโดดเด่นเท่าเรื่องนี้ Blade Runner ผลงานคลาสสิคที่ครบรอบ 35 ปี ของความคลั่งไคล้เรายังจะได้เห็นการสานต่อเรื่องราวที่แฟนๆ หลายคนต่างเฝ้ารอมานานกว่า 3 ทศวรรษ

ด้วยวิสัยทัศน์สุดล้ำของ Denis Villeneuve ผู้กำกับ Sicario และ Arrival สู่อภิมหาพบเมือง Sci-Fi ฟอร์มยักษ์แห่งยุคกับทุนสร้างสูงถึง 180 ล้านเหรียญ พร้อมนักแสดงแถวหน้าอย่าง Ryan Gosling, Jared Leto และ Harison Ford ใน Blade Runner เบลด รันเนอร์ 2049 จากจุดเริ่มต้นของผลงาน Sci-Fi ขึ้นหิ้งสู่อภิมหาโปรเจคฟอร์มยักษ์ที่หลายคนต่างบอกว่าจ่ายไม่ถึงคงทำไม่ได้

Blade-Runner-2049-01

เรื่องย่อ Blade Runner 2049

เบลด รันเนอร์ สร้างจาก Do Androids Dream of Electric Sheep นิยาย Sci-Fi ขึ้นหิ้งในปี 1968 ของ Philip K. Dick เจ้าพ่อนิยายสายลับที่มักถูกหยิบผลงานมาดัดแปลงเป็นหนังบ่อยครั้งไม่แพ้ สตีเฟ่น คิง เลยทีเดียว ถ้าพูดชื่อเหล่านี้ขึ้น มาซึ่งมั่นใจมากว่าคอหนัง Sci-Fi ต้องรู้จัก Total Recall, The Adjustment Bureau และ Minority Report

เบลด รันเนอร์ เป็นการเล่าเรื่องราวในอนาคตที่มนุษย์ได้พัฒนาเทคโนโลยีไปไกลมาก จนสามารถสร้างสัตว์เทียมที่ประกอบขึ้นจากอวัยวะที่เพาะขึ้นมาเองแล้วนำมาเลี้ยงหรือใช้งาน แต่การสร้างสัตว์อย่างเดียวคงไม่พอ มนุษย์เลยสร้าง Replicant คือมนุษย์เทียม เพื่อใช้แรงงาน ทาส ทั้งบนโลกและอนานิคมบนดาวอื่น โดยมนุษย์เทียมทั้งหลายจะถูกดัดแปลงพันธุกรรมให้มีความสามารถต่างกัน เพื่อไปใช้งานเฉพาะทาง

Blade-Runner-2049-03

ด้วยความสามารถที่เหนือมนุษย์หลายๆอย่าง บริษัท Tyrell Corp ผู้สร้างสิ่งมีชีวิตเทียมทั้งหมดนี้ ซึ่งกำหนดอายุขัยของ Replicant ไว้เพียงแค่ 4 ปี เพื่อไม่ให้เป็นภัยต่อมนุษย์ หากเกิดเหตุมนุษย์เทียมหลบหนีหรือต่อสู้ขัดขืนกับมนุษย์ที่เป็นนายขึ้นมา ทางการก็จะส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วย Blade Runner เข้าไปปลดจับกุมตัวหรือฆ่าทิ้งทันที ซึ่งเรื่องราวอันมืดมนนี้ก็ไปเข้าตา Michael Deeley โปรดิวเซอร์มือทองเจ้าของผลงานคลาสสิคอย่าง The Italian Job และ The Deer Hunter ที่ประทับใจในบทภาพยนตร์ของ Hampton Fancher ที่ในตอนนั้นยังใช้ชื่อ Dangerous Days จากผู้กำกับ Michael Deeley ก็เล็ง Ridley Scott ที่ตอนนั้นกำลังดังจาก Alien มารับหน้าที่กำกับ Blade Runner

Blade-Runner-2049-04

การเปลี่ยนแปลงบทจนทำให้สมบูรณ์มากขึ้น

ถึงแม้จะมีบทของ Hampton Fancher ไว้อยู่แล้ว แต่นั่นก็ยังไม่ดีพอสำหรับ Ridley Scott ที่หนักกว่านั้นก็คือ Philip K. Dick ผู้เขียนนิยายเปลี่ยนบทของ Hampton Fancher ขั้นสุดหนังก็เลยได้ David Peoples มาประกอบใหม่ ซึ่งผลที่ออกมาก็คือ เจ้าของนิยายตกหลุมรักบทเวอร์ชั่นนี้สุด เพราะบทเวอร์ชั่นนี้ซื่อตรงจนเขากล้าการันตีว่าคนที่ดูหนังจะชอบนิยาย และคนที่อ่านนิยายจะชอบตัวหนัง

โดยเรื่องราวของฉบับภาพยนตร์ ก็ไม่ต่างจากฉบับนิยายที่ตามติดชีวิตของ Rick Deckard อดีตเจ้าหน้าที่หน่วย เบลด รันเนอร์ ที่ต้องจำใจรับภารกิจตามล่าหัวหมนุษย์เทียมที่กำลังตามหาหนทางในการต่ออายุขัยของตนเองแม้จะไม่ต่างจาก Sci-Fi ทั่วไปแต่ตลอดทั้งเรื่องของ เบลด รันเนอร์ ค่อย ๆ แอบวางปมให้กับคนดูได้ตั้งคำถามกับตัวเองว่าสิ่งใดมีค่าพอที่จะเป็นมนุษย์ เพราะในขณะที่เราได้เห็นมนุษย์ตามล่ามนุษย์เทียมอย่างไร้ปราณี เราก็ได้เห็นฝั่งมนุษย์เทียมมีความห่วงใยพวกพ้องไม่ต่างจากมนุษย์จริง ด้วยบทที่แข็งแกร่งการสร้างที่ยิ่งใหญ่นักแสดงนำที่กำลังมาแรง

Blade-Runner-2049-05

ฉายผิดช่วงสู่ความล้มเหลว

ไม่แปลกที่ Studios จะหวังว่า เบลด รันเนอร์ จะเป็นงานฮิตติดชาร์ตหลักร้อยล้าน แต่รางร้ายก็เกิดขึ้น ตั้งแต่รอบสื่อมวลชนเมื่อคนดูเกิดเสียงแตกเป็นสองฝั่งมีทั้งรักและมีทั้งชัง หลังจากคืนนั้นบทวิจารณ์ก็เริ่มทยอยออกมาและส่วนใหญ่ออกมาในทางแง่ลบจากคนดูที่ทำโรงแตกในคืนวันศุกร์เลยกลายเป็นเสาร์ที่เงียบสนิท เหตุผลหลัก ๆ ที่เบลด รันเนอร์ กลายเป็นยักษ์ล้มครั้งใหญ่ที่สุดใน Hollywood นั่นก็คือหนังฉายผิดช่วงเวลา ซึ่งช่วงเวลาย่างกรายในที่นี้ไม่ใช่แค่เดือนแต่เป็นปีเลยทีเดียว เบลด รันเนอร์ เข้าฉายในคนที่อเมริกาต่างกำลังเครียดกับสงครามเย็น ช่วงเวลาที่ทุกคนขาดหวังความบันเทิงอย่าง E.T. The Extra-Terrestrial และ Star Wars ที่ช่วยพวกเขารู้สึกผ่อนคลาย แต่สิ่งที่ เบลด รันเนอร์ เสิร์ฟกับคนดูนั้นกับเป็น Sci-Fi ปัญญา ในโลกที่เต็มไปด้วยบรรยากาศสุดมืดมนจาก “ความล้มเหลว” สู่ “คัลท์-คลาสสิค”

Blade-Runner-2049-06

หลังความล้มเหลวในปี 1982 ได้เพียง 1 ปี Blade Runner ก็คว้ารางวัล Best Dramatic Presentation จาก Hugo Award ซึ่งนั่นก็เป็นเชื้อเพลิงอย่างดีกับคนดูทั้งหลายได้รองให้โอกาสกับหนังและหยิบขึ้นมาดูใหม่อีกครั้งแฟนคลับของ เบลด รันเนอร์ ก็เริ่มก่อตัวขึ้นเรื่อย ๆ จนเกิดเป็นหนังสือ แม็กกาซีน และเว็บไซต์ในเวลาต่อมา สิ่งที่ทำให้แฟน ๆ หลายคนต่างคลั่งไคล้ เบลด รันเนอร์ นอกจากการแสดงอันยอดเยี่ยมของ Harrison Ford, Sean Young และ Rutger Hauger เจ้าของการแสดงอันน่าจดจำ

งานดีไซน์ที่ไม่เหมือนใครและดนตรีองค์ประกอบที่กุมทุกอารมณ์ในทุกวินาทีช่วยทำให้วิสัยทัศน์อันกว้างไกลของ Ridley Scott และ Production Design ที่แข็งแรงเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้นทั้งยานพาหนะตึกราวบ้านช่องไปจนถึงบรรยากาศของโลกอนาคตสุดเฉพาะตัว ที่ภายหลังถูกเรียกว่า Neo-Noir (Cyberpunk)

Blade-Runner-2049-07

ถึงแม้เรื่องราวของ เบรด รันเนอร์ จะมีอยู่ไม่มาก แต่สิ่งที่หนังทิ้งเอาไว้ให้คนดูก็คือโลกอันกว้างใหญ่เต็มไปด้วย Detail ที่ทุกครั้งเมื่อดู เบรด รันเนอร์ คุณก็จะพบกับอะไรใหม่ ๆ ทุกครั้ง ปัจจุบันถูกยกย่องให้เป็นผลงานภาพยนตร์ระดับมาสเตอร์พีซที่มีอิทธิพลกว้างไกลมากกว่าแค่โลกภาพยนตร์ครอบคลุมไปจนถึง Television, Music, Art, Fashion หรือแม้แต่ Lecture

เรียกได้ว่าถ้าใครคิดหยิบบรรยากาศดิสโทเปียของตัวเอกก็ต้องมีจุดใดจุดหนึ่งทำให้คนดูนึกถึง เบรด รันเนอร์ไม่มากก็น้อยเห็นได้จากงานมิวสิควิดีโอของ Joseph Khan โลกอนาคตของ Ghost the Shell และงานปฏิวัติโครงการ Sci-Fi อย่าง The Matrix ล้วนมีกลิ่นอายของ เบรด รันเนอร์ ทั้งสิ้น แต่น่าตลกการสานต่อเรื่องราวจากต้นฉบับกลับเต็มไปด้วยอุปสรรคไม่แพ้หนังขึ้นหิ้งเรื่องอื่น ๆ เลย

Blade-Runner-2049-08

ความพยายามสู่ความสำเร็จ

ความพยายามในการสร้างภาคต่อเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 1999 เมื่อ Stuart Hazeldine หยิบ Blade Runner the Edge of Human นิยายภาคต่อของ Do Androids Dream of Electric Sheep ที่เขียนโดย K.W. Jeter มาดัดแปลงเป็นบทภาพยนตร์แต่โปรเจคก็ต้องถูกดองยาวเพราะติดปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์ ด้าน Ridley Scott ก็เคยพัฒนาโปรเจคภาคต่อกับ Travis White และ John Kwend โดยบทเวอรฺ์ชั่นนี้โฟกัสที่เรื่องราวหลังจากการเสียชีวิตของผู้ก่อตั้ง Tyrell Corp Corporation บริษัทผู้สร้างมนุษย์เทียมแต่ท้ายที่สุดเหมือนจะไม่เวิร์คเท่าที่ควร

หลังจากนั้นไม่นาน Hampton Fancher ได้เขียนนิยายสั้นที่ยังคงใช้บทสนทนาที่สละสลวยดั่งเดิม ก่อนจะส่งต่อให้ Michael Green หนึ่งผู้เขียนบทของโลแกนนำไปพัฒนาต่อให้เป็นบทภาพยนตร์ที่ Ridley Scott ผู้ที่คราวนี้นั่งแท่นโปรดิวเซอร์ก็ต้องออกปากชมว่าบทตัวนี้เยี่ยมที่สุด หลังจากได้บทที่ต้องการ 26 กุมภาพันธ์ 2015 ก็ได้มีประกาศอย่างเป็นทางการว่า Denis Villeneuve ผู้กำกับมากวิสัยทัศน์จาก Sicario และ Arrival ที่สำคัญยังเป็นแฟนคลับของ เบลด รันเนอร์ มาตั้งแต่อายุ 10 ขวบ มารับหน้าที่กำกับ ซึ่งผู้กำกับชาวแคนาดาคนนี้ก็ออกตัวก่อนเลยว่านี่คือโปรเจคที่เสี่ยงที่สุดในชีวิตของเขา

Blade-Runner-2049-09

BLADE RUNNER 2049 บอกเล่าเรื่องราวของ K เจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วย เบลด รันเนอร์ ผู้ที่ได้พบด้านดำมืดที่สามารถทำให้ความเป็นสังคมที่ยังคงหลงเหลืออยู่ตกอยู่ในความกลหนได้ และนั่นก็นำเขาไปสู่การตามล่าหาตัวอดีต เบลด รันเนอร์ อย่าง ริค เดคคาร์ด ผู้หายสาบสูญไปกว่า 3 ทศวรรษ

ถึงแม้จะถูกนับว่าเป็นภาคต่อของเบลดรันเนอร์ฉบับปี 1982 แต่ผู้กำกับ Denis Villeneuve ก็ย้ำแล้วย้ำอีกว่าหนังฉบับปี 2017 มีความสมบูรณ์สามารถยืนหยัดเป็นหนังเดี่ยวของตัวเองได้ทั้งในแงาบทภาพยนตร์ และการนำเสนอต่อให้ไม่เคยดูหนังภาคก่อนคุณก็สามารถเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดได้แน่นอน แต่ถ้าใครที่เป็นแฟนคลับตัวยงของหนังเก่าคุณก็จะได้สานต่อปรัชญาที่หนังภาคแรกเคยกล่าวไว้ รวมไปถึงสานต่อจิตนาการโลกอนาคตที่มีสภาวะอากาศที่เลวร้ายยิ่งกว่าเดิม และนั่นก็ส่งผลต่อทุกอย่างตั้งแต่เรื่องของสถาปัตยกรรมไปจนถึงยานพาหนะ และเสื้อผ้า

Blade-Runner-2049-10

ถึงแม้เรื่องราวจะเกิดใน Los Angeles แต่การถ่ายทอดจิตนาการโลกในอนาคตปี 2049 ของ Denis Villeneuve ต้องยกทีมงานไปถ่ายทำที่ Budapest ประเทศฮังการีเป็นการเคารพงานต้นฉบับที่นับว่าเป็นหนัง Sci-Fi เรื่องสุดท้ายของยุคอนาล็อก พูดง่ายๆ ว่า ทำทุกอย่างโดยไม่พึ่ง CGI ทีมงานของ เบลด รันเนอร์ 2049 ที่พยายามอย่างถึงที่สุด ที่จะถ่ายทำทุกอย่างหน้ากล้องและพึ่ง CGI เมื่อจำเป็นจริง อย่างที่ผู้ชมภาคแรกรู้กันดีว่า เบลด รันเนอร์โดดเด่นด้านการใช้ดนตรีประกอบ เล่าเรื่องราว การกระทำ และทุกๆการเคลื่อนไหวสำคัญที่อยู่ในเฟรม ภาพกับเสียงเป็นองค์ประกอบอันหนึ่งอันเดียวกัน ชนิดที่ขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปไม่ได้

Blade-Runner-2049-11

Blade Runner 2049 ไม่น้อยหน้าได้นักประพันธ์ดนตรีประกอบผู้คร่ำหวอดในวงการภาพยนตร์ศตวรรษที่ 21 ถึง 2 คนซึ่งก็คือ Hanz Zimmer และ Benjamin Wallfisch มาร้อยเรียงเรื่องราวผ่านดนตรีอันลึกล้ำ ทางด้านงานภาพได้ Roger Deakins ผู้กำกับภาพแถวหน้าของฮอลลีวูดผู้เคยชิงรางวัลออสก้ามาแล้วถึง 13 ครั้ง โดยในเรื่องนี้ นับว่าเป็นการร่วมงานครั้งที่ 3 ระหว่างเขากับ Denis หลังจากเคยฝากงานอันตราตรึงอย่าง Prisoners และ Sicario มาแล้วคราวนี้พวกเขาจะมาถ่ายถอดบรรยากาศของโลกอนาคตที่ไม่เหมือนใครด้วยวิสัยทัศขั้นอัจฉริยะ

Blade-Runner-2049-12

เมื่อเบื้องหลังอันยิ่งใหญ่ขั้นสุด Blade Runner 2049 จึงต้องคัดนักแสดงระดับหัวกระทิเริ่มต้นตั้งแต่ Ryan Gosling รับบท K เจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยเบลด รันเนอร์ ผู้ที่คอยรับภารกิจกำจัดมนุษย์เทียม Harrison Ford กลับมารับบทเป็น Rick Deckard อดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วย เบลด รันเนอร์ ผู้หายสาบสูญไปกว่า 3 ทศวรรษ พร้อมคำถามในหัวแฟน ๆ ว่าแท้จริงแล้วเขาคนนี้คือมนุษย์จริงหรือมนุษย์เทียมกันแน่ Jared Leto รับบทเป็นเจ้าบริษัท Wallace Corp. ผู้หยิบโครงการมนุษย์เทียมมาพัฒนาต่อเพื่อเหตุผลลึกลับบางอย่าง

นอกจากสามนักแสดงนำแล้วยังเสริมทับด้วยนักแสดงเกรด A อีกเพียบ ตั้งแต่ Dave Bautista, Robin Wright, Ana De Armas, Sylvia Hoeks และ Mackenzie Davis ซึ่งทาง Denis ก็แอบเปรยไว้ด้วยว่าเหล่าตัวละครหญิงคืออาวุธลับของตัวหนังและเพื่อประสบการณ์ที่ครบถ้วนนอกเหนือจากการดูหนังเก่าแล้ว แอดอยากจะแนะนำให้คุณลองชม 3 หนังสั้น Nexus Dawn, Nowhere to Run และ Blackout 2022 ที่จะพาคุณสำรวจเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นระหว่างหนังฉบับปี 1982 และ 2017 ซึ่งแอดขอออกปากเลยว่างานดีทุกเรื่อง

เพื่อมาร่วมหาคำตอบแห่งโลกอนาคตในผลงานแอ็คชั่นไซไฟฟอร์มยักษ์แห่งยุค ที่คุณจะไม่มีวันลืม และตอนนี้ไม่ต้องเสียเวลาหาลิงค์ให้หัวหมุน ทาง OLDTHAITV ได้แปะลิงค์ไว้แล้วที่นี่ BLADE RUNNER 2049 ให้เรียบร้อยแล้วครับ

Blade-Runner-2049-13

ตัวอย่างหนัง LADE RUNNER 2049 เบลด รันเนอร์ (2017)

Categories